3332 อาคารวิวัฒน์ชัย ชั้น 7 ยูนิตเอ ถนนพหลโยธิน แขวงจตุจักร เขตจอมพล กรุงเทพฯ 10900

Big Data vs. Climate Change ข้อมูลร้อน ของโลกร้อน

Big Data vs. Climate Change ข้อมูลร้อน ๆ ของโลกร้อน ๆ

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
มันเป็นเรื่องใกล้ตัว และเรากำลังเผชิญกับมันอยู่ในขณะนี้

บารัก โอบามา (Barack Obama) – อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

ภาวะโลกร้อนเป็นภัยธรรมชาติที่ส่งผลกระทบต่อคนทั้งโลก ก่อนหน้านี้มีคนที่ตระหนักถึงความร้ายกาจของภาวะโลกร้อนอยู่เพียงจำนวนไม่มากเท่านั้น  แต่หลังจากที่สารคดีเรื่อง An Inconvenient Truth ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศออกฉายเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 2006 คนทั่วโลกก็เริ่มให้ความสนใจกับเรื่องภาวะโลกร้อนมากขึ้น ผ่านมา 13 ปีดูเหมือนว่าความตื่นตัวเรื่องโลกร้อนจะแผ่ขยายไปทั่วโลก ผู้คนหันมาใส่ใจสภาพอากาศที่แปรปรวนของโลกกันมากขึ้น แต่ในแง่ของการแก้ปัญหา ดูเหมือนจะคืบหน้าไปช้ามาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัญหานี้ไม่ได้เป็นเหตุปัจจุบันทันด่วนเท่าภัยธรรมชาติรูปแบบอื่น ๆ เช่น แผ่นดินไหว น้ำท่วม หรือเฮอริเคนถล่ม ทั้ง ๆ ที่แท้จริงแล้วภาวะโลกร้อนนี่แหละคือต้นตอของปัญหาทั้งหมด

คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change หรือ IPCC) ซึ่งทำงานร่วมกันกับรัฐบาลทั่วโลกในการศึกษาผลกระทบที่เกิดจากโลกร้อน ได้ออกมาเตือนว่า ระดับการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติมากเกินไปคือ ไม่ควรเพิ่มขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียสอย่างเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นโลกอาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศในแบบที่เราคาดไม่ถึง แต่สหประชาชาติประเมินแล้วพบว่าอาจเป็นไปไม่ได้เสียแล้ว เพราะในอีก 30 ปีข้างหน้าอุณหภูมิของโลกอาจสูงขึ้นถึง 3 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว 

ภาวะโลกร้อนไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นเท่านั้น แต่กระทบไปถึงกิจกรรมของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่อาศัยในโลกใบนี้ ตั้งแต่แพลงก์ตอนในทะเล ไปจนถึงหิมะบนยอดเขาหิมาลัย รวมถึงกิจกรรมทางสังคมและเศรษฐกิจของมนุษย์เราเอง World Economic Forum คาดการณ์ไว้ว่าหากในปี ค.ศ. 2030 นี้เราไม่สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 45% ให้เหลือเท่ากับเมื่อปี ค.ศ. 2010 ได้ เราอาจต้องมาคิดกันถึงเรื่องการรับมือกับความเป็นกรดของน้ำทะเลและระดับน้ำทะเลที่จะสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้เราสูญเสียแหล่งอาหารที่ใหญ่ที่สุดของโลกไปในไม่ช้า

ได้ยินแล้วก็รู้สึกว่าโจทย์นี้ไม่ง่ายเลย  ว่าแต่… บิ๊กดาต้า (Big Data) เข้ามาเกี่ยวได้อย่างไร?

อาจไม่เกี่ยวข้องโดยตรง แต่สิ่งหนึ่งที่บิ๊กดาต้าสามารถช่วยได้แน่นอนก็คือการช่วยทำให้คนเห็นถึงความรุนแรงของการไม่รักษาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งช่วยการคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจากตัวเลข องค์กรที่เกี่ยวข้องเชื่อว่าสิ่งนี้น่าจะทำให้ชนชั้นปกครองและผู้นำประเทศเห็นถึงความน่ากลัวของภาวะโลกร้อนได้อย่างจริงจัง ในปี 2014 สหประชาชาติถึงกับใช้หัวข้อเรื่องบิ๊กดาต้าในการจัดการประชุมเพื่อกระตุ้นให้ประเทศต่าง ๆ ตระหนักถึงตัวเลขที่น่าเป็นห่วง และชี้ให้เห็นว่าตัวเลขเหล่านี้จะพาไปสู่การแก้ปัญหาของเราได้อย่างไร

ดังที่ได้เคยนำเสนอไว้ในบทความ 2 ตอนก่อนหน้านี้ว่าข้อมูลภาพถ่ายทางอวกาศและอากาศถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เราสามารถภาพเห็นการเปลี่ยนแปลงของโลกเมื่อวันวานกับวันนี้ได้ชัดเจนมากขึ้น นาซา (NASA) ใช้เทคโนโลยีดาวเทียมในการเฝ้าสังเกตการณ์การเปลี่ยนแปลง ยังมีหน่วยงานอื่น ๆ ที่พยายามใช้บิ๊กดาต้าเข้ามาช่วยในการทำให้ภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องที่เห็นชัดเจนขึ้น

บิ๊กดาต้าทำให้เราเห็นว่าในปี ค.ศ. 2017 ถือเป็นเป็นปีที่สองแล้วที่เราสูญเสียพื้นที่ป่าเขตร้อนมากที่สุด ข้อมูลจาก Global Forest Watch บอกว่าเราสูญเสียพื้นที่ป่าเขตร้อนซึ่งสำคัญต่อระบบภูมิอากาศของโลกมากที่สุดไปถึง 98.6 ล้านไร่ หากจะพูดให้พอนึกภาพออกก็คือ เราเสียพื้นที่ป่าไปประมาณเท่ากับ 40 สนามฟุตบอล ประเทศที่สูญเสียพื้นที่ป่ามากที่สุดคือบราซิล เรายังพบอีกว่าตั้งแต่ปี ค.ศ. 2001 เป็นต้นมาการสูญเสียพื้นที่ป่านั้นสัมพันธ์โดยตรงกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจของมนุษย์และการขยายตัวของเมือง

จากการสำรวจเรื่องการเปลี่ยนแปลงของอากาศ โดย California Air Resource Board ซึ่งร่วมมือกับ Environment Defense Fund ในการเฝ้าดูสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศ พบว่า 80% นั้นมาจากการใช้พลังงานฟอสซิล เราสามารถเข้าไปเช็กปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากทั่วโลกได้ด้วยที่ The Carbon Source (www.carbonsource.org) โดย Woods Hole Research Center  ซึ่งใช้เทคโนโลยีดาวเทียมในการตรวจสอบการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลก

ข้อมูลเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญอย่างมากที่ทำให้ภาวะโลกร้อนถูกยกระดับให้กลายเป็นเรื่อง “วิกฤต” สิ่งที่เราต้องดูกันต่อไปก็คือ บทบาทของบิ๊กดาต้า ซึ่งกำลังหาข้อมูลมากมายมาจำลองสถานการณ์ของโลกในอนาคตที่อุณหภูมิเพิ่มมากขึ้น อะไรบ้างที่เราควรทำเพื่อปรับตัวและอะไรบ้างที่เราควรทำ เพื่อไม่ให้ทุกอย่างแย่ลงไปมากกว่านี้

ซึ่งเชื่อเหลือเกินว่า ทั้งหมดนี้ “ข้อมูล” มีส่วนสำคัญอย่างมากที่จะเปลี่ยนสำนึกของคน


อ้างอิง

https://www.weforum.org/agenda/2018/10/how-big-data-can-help-us-fight-climate-change-faster

https://blog.globalforestwatch.org/data-and-research/2017-was-the-second-worst-year-on-record-for-tropical-tree-cover-loss

https://ww2.arb.ca.gov

http://www.thecarbonsource.org/#5/10.189/93.667

https://www.bbvaopenmind.com/en/science/environment/big-data-and-the-fight-against-climate-change


ติดตามข้อมูลข่าวสารดีๆ จาก ScanMe SeeScore ผู้ให้บริการ ระบบ QR Code สำหรับเก็บข้อมูล big data 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 087-689-8608, 082-439-1589

Scanme Seescore
Scanme Seescore
scanme-seescore.com

ScanMe SeeScore ระบบ QR Code เก็บข้อมูล Big Data เพื่อการตลาด เพราะ "ข้อมูล" สำคัญกับธุรกิจ เพื่อก้าวไปกับยุคแห่งข้อมูล และเพื่อพลิกโอกาสและความเป็นไปได้ในธุรกิจ

Related Posts