3332 อาคารวิวัฒน์ชัย ชั้น 7 ยูนิตเอ ถนนพหลโยธิน แขวงจตุจักร เขตจอมพล กรุงเทพฯ 10900

50 ปีของภารกิจอะพอลโล 11 NASA ก้าวไปไกลแค่ไหนแล้วกับ Big Data

50 ปีของภารกิจอะพอลโล 11 NASA ก้าวไปไกลแค่ไหนแล้วกับ Big Data

ผมหวังเอาไว้ว่า ในช่วงปลายศตวรรษ
เราน่าจะประสบความสำเร็จได้มากกว่าที่เราทำได้จริง

นีล อาร์มสตรอง (Neil Armstrong) – นักบินอวกาศ

ทุกวันที่ 21 กรกฏาคมของทุกปี ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของมวลมนุษยชาติ เพราะเราได้สร้างประวัติศาสตร์โดยการขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์ได้สำเร็จ

ในช่วงสงครามเย็น หลังจากที่ทั้งรัสเซียและสหรัฐอเมริกาแข่งขันกันเพื่อเป็นเจ้าแห่งการสำรวจอวกาศมาพักใหญ่ ในที่สุดสหรัฐอเมริกาก็สามารถส่งคนไปเดินบนดวงจันทร์ได้สำเร็จก่อน หน่วยงานที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการทำให้ภารกิจนี้ลุล่วงไปได้ด้วยดีคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา (National Aeronautics and Space Administration – NASA)             

ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา นาซามีทั้งช่วงขาขึ้นและขาลงตามสภาพเศรษฐกิจ แต่ดูเหมือนว่าในช่วงนี้กราฟของนาซากำลังพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง นั่นเป็นเพราะการสำรวจอวกาศกำลังได้รับความสนใจทั้งจากภาครัฐของประเทศต่าง ๆ และภาคเอกชนที่พากันทุ่มเทสรรพกำลังเพื่อที่จะเปิดธุรกิจการบินอวกาศให้เป็นไปได้เร็วที่สุด การประกาศ Mission to Mars ของอีลอน มัสก์ (Elon Musk) นักธุรกิจผู้สร้างนวัตกรรมระดับโลก ผู้อยู่เบื้องหลัง Tesla, SpaceX และ PayPal แม้ว่าดูจะเป็นจริงได้ยากมากแต่ก็สร้างความตื่นเต้นให้กับโลกไม่น้อยเลยทีเดียว

นาซาเป็นหนึ่งในองค์กรที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงและทันสมัยมากที่สุดของโลก มีการเก็บข้อมูลต่อวันมากที่สุด ข้อมูลดังกล่าวได้มาจากดาวเทียมที่โคจรรอบโลก ภาพถ่ายความละเอียดสูงจากสถานีอวกาศ ข้อมูลสภาพอากาศ เมฆ ความเร็วลม ความกดอากาศ ข้อมูลสัญญาณวิทยุจากจานดาวเทียมที่กระจายอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของโลก ฯลฯ  มีการประมาณไว้ว่าจำนวนข้อมูลที่นาซาได้รับแต่ละวันมีมากถึง 24.1 เทราไบต์ (1 เทราไบต์เท่ากับ 1,000 กิกะไบต์) นอกเหนือจากการนำข้อมูลมาใช้เพื่อเฝ้าระวังเคหวัตถุต่าง ๆ ซึ่งอาจโคจรมาเฉียดโลกแล้ว นาซายังต้องการนำข้อมูลจำนวนมหาศาลเหล่านี้ไปใช้ในการจำลองสถานการณ์เส้นทางการบินและความเป็นไปได้ต่าง ๆ เพื่อกำหนดโครงข่ายการทำงานของยานอวกาศที่จะปล่อยออกไป รวมทั้งจะใช้ข้อมูลเหล่านี้สำหรับการฝึกหัดนักบินอวกาศเพื่อภารกิจในอนาคต  ซึ่งปัจจุบันนาซามีแผนการสำรวจอวกาศที่รออยู่อีกจำนวนมาก

ข้อมูลที่นาซาเก็บถูกแบ่งเป็นหมวดหมู่ชัดเจนตามหน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งแต่ละหน่วยงานจะมีซูเปอร์คอมพิวเตอร์เพื่อจัดการกับข้อมูลจำนวนมหาศาล เช่น หน่วยงานสังเกตการณ์และเก็บข้อมูลของดาวเคราะห์โลก  (Earth Observing System Data and Information System – EOSDIS) หน่วยงานนี้ตั้งขึ้นเพื่อทำความเข้าใจเรื่องชั้นบรรยากาศและผิวชั้นนอกของโลก       

หน่วยงานจำลองสภาพอากาศของโลก  (NASA Center of Climate Simulation – NCCS หรือ) ทำหน้าที่จำลองสภาพอากาศของโลก สื่อบางสำนักรายงานถึงขนาดของเซิร์ฟเวอร์ใน NCCS ของนาซาว่า น่าจะมีขนาดใหญ่พอสำหรับใส่ข้อมูลได้มากถึง 37 เพตาไบต์ (หนึ่งเพตาไบต์เท่ากับหนึ่งพันล้านล้านไบต์) มีการประเมินกันว่าข้อมูลต่าง ๆ ที่นาซาได้รับนั้นมากขึ้นระดับ 10 เพตาไบต์ทุกๆ ปี ตามความสามารถของเทคโนโลยี

คำถามก็คือ นาซามีวิธีจัดการข้อมูลที่ซับซ้อนนี้อย่างไร?

นาซาจะรวบรวมข้อมูลที่ได้จากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเอามาไว้ที่ศูนย์วิจัยของนาซาที่แลงลีย์ รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา ศูนย์นี้มีชื่อเรียกว่า Atmospheric Science Data Center หรือ ASDC เป็นศูนย์กลางของการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลของโลกทั้งหมด ข้อมูลจะถูกนำมาวิเคราะห์โดยปัญญาประดิษฐ์และอัลกอริทึมที่นาซาสร้างขึ้นเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการปฏิบัติงานหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์มีความเข้าใจภาพรวมของโลกและจักรวาลมากขึ้น

สำหรับข้อมูลที่เป็นภาพ นาซาใช้หน่วยงาน Planetary Data System (PDS) ซึ่งจะเก็บข้อมูลเกี่ยวกับภาพความละเอียดสูงที่ได้จากการถ่ายรูปด้วยกล้องโทรทรรศน์จากหอดูดาวและหอสังเกตการณ์ หรือภาพถ่ายจากดาวเทียม

นาซานำข้อมูลอันมากมายมหาศาลเหล่านี้ไปทำอะไรได้บ้าง?

ด้วยความก้าวหน้าของซูเปอร์คอมพิวเตอร์และข้อมูลที่นาซาสามารถเก็บได้ ทำให้ทุกวันนี้นาซาสามารถคาดการณ์สภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศของโลกได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ข้อมูลจากอวกาศและภาพถ่ายกาแล็กซีที่ส่งกลับมาจากจากสถานีอวกาศเคปเลอร์ (Kepler)  ทำให้นาซาสามารถหาดาวเคราะห์ที่มีขนาดและมีลักษณะใกล้เคียงกับโลกในกาแล็กซีทางช้างเผือกได้ รวมทั้งสามารถจำลองสภาพของจักรวาลและจักรดาราต่าง ๆ ได้แม่นยำมากขึ้นด้วย

ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการวางแผนการเดินทางของมนุษย์ในอนาคต ทั้งเรื่องเส้นทาง การลงจอดของยานอัตโนมัติอีกจำนวนมากที่เตรียมออกสำรวจในช่วงสิบปีต่อจากนี้ ซึ่งหากปราศจากข้อมูลและการประมวลผลที่มีประสิทธิภาพเช่นในปัจจุบันนี้ การเดินทางสู่ดาวเคราะห์เพื่อนบ้านอันไกลโพ้นอาจไม่มีทางเป็นไปได้เลยก็เป็นได้


อ้างอิง

https://earthdata.nasa.gov/eosdis/daacs/asdc

https://pds.nasa.gov

https://earthdata.nasa.gov/esds

นิตยสาร National Geographic ฉบับเดือนกรกฏาคม 2562 หน้า 32-83 


ติดตามข้อมูลข่าวสารดีๆ จาก ScanMe SeeScore ผู้ให้บริการ ระบบ Qr code สำหรับเก็บข้อมูล big data 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 099-564-5947, 096-142-9547

Scanme Seescore
Scanme Seescore
scanme-seescore.com

ScanMe SeeScore ระบบ QR Code เก็บข้อมูล Big Data เพื่อการตลาด เพราะ "ข้อมูล" สำคัญกับธุรกิจ เพื่อก้าวไปกับยุคแห่งข้อมูล และเพื่อพลิกโอกาสและความเป็นไปได้ในธุรกิจ

Related Posts